ปัจจุบันคนไทยนิยมซื้อรถมือสองกันมากขึ้น เพราะด้วยราคาที่น่าสนใจ สามารถซื้อเงินสดได้ง่าย และยิ่งหากใครที่มีความรู้ในเรื่องการดูรถมือสองด้วยแล้ว จะช่วยให้ได้รถสภาพดีมีคุณภาพเทียบเท่ามือใหม่ป้ายแดง แต่ถ้าใครที่อยากซื้อรถมือสองแต่ไม่มีความรู้เรื่องการดูรถ กลัวโดนย้อมแมวขายและได้รถที่ไม่มีคุณภาพ วันนี้ ttb มีวิธีดูรถมือสองแบบมืออาชีพมาฝาก ว่าต้องตรวจรถจุดไหนบ้าง เพื่อช่วยเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการซื้อรถมือสอง
วิธีเช็กสภาพภายนอกรถมือสอง
วิธีการเช็กสภาพรถมือสองควรทำตอนเครื่องเย็น แล้วลองสตาร์ตด้วยตัวเองเพื่อเช็กรถ ดังนี้
- เรือนไมล์ ให้ลองสตาร์ตรถดูว่าใช้งานได้ปกติ ไม่มีสัญลักษณ์ไฟเตือนหน้าปัดที่เป็นอันตราย
- เลขไมล์ สภาพของรถต้องสอดคล้องกับเลขไมล์ เช่น ถ้ารถมีอายุ 1 ปี เลขไมล์จะอยู่ประมาณ 20,000 – 30,000 กม. แต่ถ้ารถอายุเยอะแต่เลขไมล์น้อย ให้สันนิษฐานว่าอาจจะมีการกรอเลขไมล์ก็เป็นไปได้
- พวงมาลัย ต้องไม่มีอาการฝืดหรือค้าง
- เครื่องยนต์ ขณะเครื่องร้อนให้ดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา เพื่อเช็กดูว่ามีไอหรือควันพุ่งออกมาหรือไม่
- คาน ต้องไม่มีร่องรอยการเคาะหรือซ่อม โดยหัวนอตต้องไม่มีรอยถอด
- ไฟ ต้องใช้ได้ทุกจุด ทั้งไฟเลี้ยว ไฟสูง ไฟฉุกเฉิน และไฟท้าย
- ช่วงล่าง ใต้ท้องรถต้องไม่มีชิ้นส่วนไหนผุกร่อนหรือขึ้นสนิมเยอะ และให้ทดลองขับดูว่ามีเสียงดังผิดปกติหรือไม่
- เกียร์ ทดลองขับว่าสามารถเข้าเกียร์ได้ปกติ เปลี่ยนเกียร์ง่าย ไม่มีเสียงหอน
- แก้มข้าง รอยนูนทั้งสองฝั่งต้องมีเท่ากันและเหมือนกัน
- ประตูและขอบประตู ให้ดึงยางขอบประตูออกมาดูทั้ง 4 บาน โดยต้องมีรอยอาร์ก (กลม ๆ) ตลอดทั้งขอบประตู
- รอยต่อตัวยึดประตู ต้องมีสีตรงกับสีรถ และไม่ควรบิ่นหรือขึ้นสนิม
- ตัวถัง ต้องมีรูปทรงสมส่วน ช่องไฟระหว่างประตูเท่ากัน สีไม่เพี้ยน ไม่มีรอยแตก และใช้มือเคาะเบา ๆ เพื่อฟังเสียง หากรถที่ไม่ได้ทำสีมาใหม่เสียงจะโปร่ง
- ตะเข็บหลัง รอยอาร์กและรอยนูนทั้ง 2 ฝั่งจะต้องมีเท่ากัน กลอนประตูไม่บิดเบี้ยว
- แอร์ ให้ทดลองเปิดเบอร์แรงสุด ต้องเย็นปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็น
- ล้อ ทั้งซ้ายและขวาต้องเท่ากัน แม็กไม่บุบเบี้ยว ขอบไม่บิ่น
- พรมและกลิ่นภายใน ต้องไม่อับชื้นและไม่มีราขึ้น นอกจากนั้นใต้เบาะไม่ควรมีสนิม
- ฟังก์ชันต่าง ๆ ต้องยังใช้งานได้ปกติ
วิธีเช็กสภาพเครื่องยนต์รถมือสอง
วิธีเช็กสภาพเครื่องยนต์สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยเปิดฝากระโปรงหน้ารถขึ้น แล้วเช็กอุปกรณ์ภายใน ดังนี้
- เช็กการรั่วไหลของน้ำมัน
- หม้อน้ำไม่เป็นสนิม มีรอยรั่ว และน้ำในหม้อน้ำต้องไม่ขุ่น
- สายพานไม่หย่อน สายเคเบิลเชื่อมต่อไม่เสียหาย
- ขั้วแบตเตอรีไม่มีขี้เกลือขึ้น
- ห้องเครื่องกลิ่นไม่เหม็นไหม้
- ของเหลวต่าง ๆ ต้องอยุ่ในระดับพอดี มีสีใส ไม่ดำ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก/คลัตช์ น้ำกลั่น น้ำฉีดกระจก เป็นต้น
- ส่วนประกอบอื่น ๆ ต้องไม่หลุดหรือเสื่อมสภาพ
นอกจากนั้น อย่าลืมตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ในเล่มว่าตรงกับแผ่นเพลตหรือไม่ โดยจะระบุตำแหน่งของเลขเอาไว้ในเล่มชัดเจน รวมถึงต้องเช็กประกันรถยนต์ของรถมือสองคันนั้น ๆ ด้วยว่ามีติดรถและยังคุ้มครองต่อเนื่องหรือไม่ แต่ถ้าหากรถที่เราซื้อมานั้นยังไม่มีประกัน แนะนำซื้อประกันภัยรถยนต์ บนแอป ทีทีบี ทัช คลิกที่นี่ เพราะทั้งง่ายและสะดวก มีประกันภัยจากหลากหลายบริษัทชั้นนำมาให้เลือก แถมมีโปรโมชันสุดคุ้มออกมาเรื่อย ๆ หรือดาวน์โหลดแอป ttb touch คลิกที่นี่
หมายเหตุ :
- ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข ข้อยกเว้น และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
- ในส่วนประกันรถยนต์ ttb broker เป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ธนาคารเป็นเพียงช่องทางในการให้บริการผ่าน แอป ttb touch เท่านั้น
- ตรวจสอบรายชื่อบริษัทประกันภัยได้ที่ www.ttbbroker.com
ที่มา :
- https://www.carsome.co.th/news/item/how-to-buy-a-used-car-10-tips-you-should-follow
- https://www.one2car.com/ข่าว/วิธีดูรถมือสอง-ก่อนซื้อต้องเช็กอะไรบ้าง-มืออาชีพสอนเอง-128535/43526